โยคะ เพื่อสุขภาพและความงาม

โยคะ

โยคะ (Yoga) เป็นศาสตร์โบราณที่ถือกำเนิดในประเทศอินเดียมากว่า 5,000 ปี หมายถึง การรวมกาย จิต และวิญญาณ ให้เป็นหนึ่งเดียว การฝึกโยคะเป็นกระบวนการสำหรับฝึกกาย ฝึกการหายใจ และฝึกจิตให้มีความจดจ่อกับเรื่องลมหายใจเข้าออก นำไปสู่การมีสมาธิที่ดีขึ้น ในแง่ปฏิบัติต้องรวมสามอย่างเข้าด้วยกัน คือ การเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ การประสานลมหายใจเข้าออกกับการเคลื่อนไหว และมีจิตสงบนิ่งในขณะที่เคลื่อนไหว เพื่อให้เกิดความสมดุลในร่างกายเรา ช่วยพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น สามารถแยกแยะวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นได้

ข้อควรปฏิบัติ 8 ประการของโยคะ

  1. ยามะ หรือศีล 5 คือ อหิงสา ไม่ลักทรัพย์ ไม่พูดปด ประพฤติพรหมจรรย์ และไม่ยึดมั่นถือมั่นกับวัตถุมากเกินไป
  2. นิยามะ หรือวินัย 5 คือ อดทน สันโดษ ชำระกายใจให้บริสุทธิ์ หมั่นศึกษาตนเอง และมีศรัทธา
  3. อาสนะ หรือการดูแลร่างกาย คือ การปรับสมดุลให้กับระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ขั้นตอนในการฝึกอาสนะ ได้แก่ การเตรียมพร้อม ฝึกท่าอาสนะ ปิดท้ายด้วยการผ่อนคลาย
  4. ปราณยามะ หรือการฝึกลมหายใจ คือ การฝึกควบคุมลมหายใจ เพื่อควบคุมกลไกระบบประสาทอัตโนมัติของตนเอง ลำดับขั้นของการฝึกลมหายใจ คือ เข้าใจระบบหายใจของตนเอง มีสติรู้ลมหายใจของตนเองตลอดเวลา หายใจช้าลง เพื่อให้ลมหายใจสงบขึ้น
  5. ปรัทยาหาระ หรือสำรวมอินทรีย์ คือ การฝึกควบคุมอารมณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มักจะปรวนแปรไปตามสิ่งเร้าต่าง ๆ หากจะกล่าวให้ง่ายขึ้น คือการควบคุมประสาททั้ง 5 ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส
  6. ธารณะ หรือการเพ่งจ้อง คือ การฝึกอบรมจิตให้นิ่ง จิตนิ่งสงบจะเป็นจิตที่มีประสิทธิภาพ ทำให้กิจกรรมต่าง ๆ สำเร็จขึ้นโดยง่าย
  7. ฌาน คือ จิตที่ผ่านการอบรมอย่างสม่ำเสมอ จนสามารถดื่มด่ำอยู่กับสิ่งที่ทำ เป็นจิตที่รู้เห็นตามความเป็นจริงของโลก ไม่หลงทางอยู่ในรูป รส กลิ่น เสียง
  8. สมาธิ ในที่นี้จะมีความแตกต่างจากสมาธิของศาสนาพุทธเล็กน้อย สำหรับโยคะแล้วสมาธิ คือผลสูงสุดที่ได้จากการฝึกโยคะ เป็นการรวมกายและใจเข้าเป็นหนึ่งเดียว (โยคะแปลว่าการรวมเป็นหนึ่ง ) เกิดเป็นภาวะโมกษะ หรือภาวะแห่งความหลุดพ้น เป็นอิสระจากเครื่องพันธนาการทั้งปวง คือความต้องการสูงสุดของมนุษย์ทุกหมู่ชน

ประโยชน์ของการฝึกโยคะ

  • เพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย
  • ร่างกายมีความคงทน สุขภาพแข็งแรง ต้านโรคภัยไข้เจ็บได้ในระดับหนึ่ง
  • การเผาผลาญ การดูดซึมอาหาร การขับถ่ายดีขึ้น
  • การทำงานของหัวใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ช่วยให้อวัยวะภายในทำงานได้ดีขึ้น
  • ความจุของปอดเพิ่มขึ้น
  • ปรับสมดุลให้ระบบประสาท
  • ชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย
  • ช่วยขับของเสีย ทำให้ร่างกายสะอาดและสดชื่นขึ้น
  • ช่วยบำบัดและบรรเทาความเจ็บปวด เช่น ปวดตามข้อ ปวดเข่า ปวดหลังเรื้อรัง
  • ลดระดับคลอเรสเตอรอล และระดับน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยลดน้ำหนักส่วนเกิน เนื่องจากกลไกการเผาผลาญตามธรรมชาติช่วยปรับร่างกายเข้าสู่ภาวะสมดุล
  • ปรับสมดุลโครงสร้างของร่างกาย จากอิริยาบถในชีวิตประจำวันที่ไม่ถูกต้อง
  • ช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับได้สัดส่วน
  • เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง
  • ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ ชะลอความแก่ชรา
  • ผ่อนคลายความตึงเครียด ช่วยให้จิตใจสงบ เยือกเย็น และผ่อนคลาย
  • ลดอาการกระสับกระส่าย กังวล นอนไม่หลับ
  • ทำให้มีสมาธิในการทำกิจการงานมากขึ้น
  • ช่วยให้ควบคุมจิตใจและความเครียดได้ดียิ่งขึ้น

ประโยชน์ของการฝึกโยคะ จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อฝึกไปพร้อมกับการรับประทานอาหารที่สมดุล (ไม่มากหรือน้อยเกินไป) ดื่มน้ำบริสุทธิ์ให้มากในแต่ละวัน หายใจรับอากาศบริสุทธิ์ ถูกแสงแดดบ้าง การหลับนอนที่เพียงพอ แต่ไม่มากจนเกินไป การรักษาสุขภาพอนามัยอย่างดี การมีกิจกรรมทางกายและในทางจิตใจอย่างสมดุลกัน และมีความสมดุลกันในระหว่างการทำงานกับการผ่อนคลาย

การฝึกโยคะนั้น ไม่เพียงจะช่วยเรื่องความงาม แต่ยังช่วยเรื่องสุขภาพด้วย เป็นการฝึกให้ร่างกายสวยสง่างาม และทำให้ร่างกายแข็งแรง เพิ่มความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลัง และยังช่วยกระชับส่วนต่างๆของร่างกายให้ดูดีอีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องยากที่การฝึกโยคะสามารถลดความอ้วน หรือลดน้ำหนักได้นั้นเอง

ขอบคุณที่มา yogathai.net yesspathailand.com health.kapook.com