สีเล็บเจล ต่างจากสีทั่วไปอย่างไร?

สีเล็บเจล

สาวๆ ที่รักการทำเล็บเป็นชีวิตจิตใจคงเคยได้ยินสีเล็บเจลกันมาแล้วใช่ไหมคะ ในปัจจุบันวิวัฒนาการด้านความงามเราก้าวไปไกลมาก ในเรื่องของน้ำยาทาเล็บก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน โดยน้ำยาทาเล็บทั่วๆ ไปที่ใช้กันนั้น มีข้อเสียอยู่พอสมควร คือ

  1. แห้งช้า กว่าจะตัดสินใจทาเล็บสักทีหนึ่ง ต้องเผื่อเวลาตัวเองไว้เลย 1-2 ชั่วโมงกว่าเล็บจะแห้ง
  2. เงางามเพียงแค่ระยะเวลาหนึ่ง หลังจากทาเสร็จ หยิบจับโน่นนี่ ไม่ทันไรสีเล็บก็หมอง
  3. ไม่ทนทาน ทาเล็บมาสวยๆ อยากเก็บไว้อวดนานๆ แต่เผลอแปบเดียว เล็บก็เป็นรอยแล้ว

ด้วยเหตุนี้เอง น้ำยาทาเล็บสีเจล จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว สีเจลถือเป็นลูกผสมระหว่างสีธรรมดา และเจลต่อเล็บแบบอ่อน (Soak Off Gel) ที่ดึงข้อดีของการทำเล็บแต่ละอย่างมาไว้รวมกัน คือ ทาง่าย ใช้ง่าย มีขวดบรรจุสวยงาม เหมือนสีทาเล็บธรรมดา และมีความทนทาน แวววาว และแห้งเร็ว เหมือนอย่างเจลต่อเล็บนั่นเองค่ะ

ถึงแม้ว่าเล็บเจลจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อเสียอยู่เช่นกัน คือ มีกระบวนการทาที่ยุ่งยากกว่า ค่อนข้างหลายขั้นตอนกว่าการทาสีเล็บแบบธรรมดามาก อีกทั้งยังลบยากกว่าเช่นกันค่ะ เพราะฉะนั้นการทาสีเล็บเจลจึงไม่เหมาะกับสาวๆ ที่เบื่อง่าย ต้องการเปลี่ยนสีเล็บบ่อยนั่นเอง

อุปกรณ์ในการทาสีเล็บเจล

  1. ตะไบเล็บ
  2. Gel Cleaser สำหรับเช็ดทำความสะอาด
  3. Base coat สำทารองพื้นบนเล็บ
  4. สีทาเล็บเจล
  5. เครื่องอบเล็บเจล
  6. แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาด

ขั้นตอนการทาสีเล็บเจล

  1. เตรียมเล็บด้วยการตะไบเล็บให้เข้ารูปทรงแบบที่ต้องการ แนะนำให้ตะไบไปทางเดียวกัน อย่าถูกไปมาเพราะจะทำให้เล็บเป็นรอยได้
  2. นำแปรงปัดเศษเล็บที่ตะไบออกจากหน้าเล็บให้หมด ทั้งด้านบนและด้านล่าง
  3. เมื่อจัดแต่งรูปทรงเล็บเรียบร้อยแล้วให้ใช้ Gel Cleaser เช็ดทำความสะอาดให้ทั่วเล็บทุกนิ้ว เพื่อให้สิ่งสกปรกหลุดออกไป
  4. ทา Base coat บนเล็บของเราให้ทั่ว เพื่อเป็นการรองพื้นเล็บก่อนลงสีเจล รวมถึงช่วยทำให้สีที่จะทาลงสม่ำเสมอ และทาได้ง่ายขึ้นอีกด้วย จากนั้นเอาเล็บที่ทาเข้าเครื่องอบเล็บเจล 30 วินาที โดยเครื่องอบเล็บเจล เมื่อเอามือสอดเข้าไปแล้วเครื่องจะทำงานทันที พร้อมมีเวลาบอก
  5. นำสีเล็บเจลที่ต้องการค่อยๆ ทาลงบนเล็บของทีละนิ้วอย่างใจเย็น โดยในรอบแรก ให้ทาเพียงบางๆ รอบเดียว จากนั้นเอาเข้าเครื่องอบเจลอีกรอบ รอจนเริ่มแห้ง แล้วใช้สีเดิมทาทับอีกรอบให้เนียนสวยแล้วอบอีกรอบให้สีแห้งสนิท
  6. สำหรับใครต้องการแต่งแต้มลวดลาย หรือทาสีเพิ่ม ให้รอจนสีที่ทาในรอบแรกแห้งแล้ว แล้วใช้สีอื่นค่อยๆ ทาทับลงไปในส่วนที่ต้องการ เมื่อเสร็จแล้ว ให้นำเข้าเครื่องอบเล็บอีกรอบจนแห้งดี
  7. เมื่อแต่งแต้มสีสันบนเล็บจนสวยงามพอใจแล้ว ให้ทา Top coat เพื่อเคลือบให้สีเล็บเงางาม และติดทนนานมากขึ้น นำเข้าเครื่องอบเล็บ แล้วใช้ Gel Cleaser เช็ดทำความสะอาด เพื่อให้เล็บเงางามมากกว่าเดิม
  8. เช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์

ทั้งนี้ การทำเล็บมากกว่าหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ทำให้เราต้องล้างเล็บมากขึ้น และน้ำยาล้างทำความสะอาดเล็บจะเป็นตัวกัดหน้าเล็บของเราให้กร่อน เป็นหลุมเป็นขุยได้ เพราะฉะนั้นเราควรทาสีเล็บให้น้อยลงเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เล็บได้พักผ่อน และการตกแต่งประดับเล็บนั้น ควรทำโดยผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ และต้องใช้อุปกรณ์ที่สะอาด และมีคุณภาพ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการแพ้หรือการสะสมของเชื้อโรค ก่อนการทาเล็บทุกครั้ง ควรใช้น้ำยาเคลือบเล็บชนิดใสทาก่อนที่จะลงสี จะช่วยไม่ให้เล็บเสียความชุ่มชื้น และลดการสัมผัสกับสีทาเล็บโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เล็บเหลืองได้ง่าย หลังจากนั้นเคลือบทับด้วยน้ำยาชนิดใสอีกครั้ง ก็จะช่วยให้สีทาเล็บติดทนนานยิ่งขึ้นค่ะ

ขอบคุณที่มา portal.weloveshopping.com bsanailart.com