สมดุลของร่างกาย คืออะไร?

ร่างกายของคนเราสร้างระบบต่างๆ ขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับวิถีการดำรงชีวิตในหลากหลายรูปแบบ และพยายามปรับสมดุลให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของตนเอง เช่น การปรับตัวให้เข้ากับฤดูกาลร้อนและหนาว สร้างระบบภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ด้วยตัวเอง เพื่อให้สุขภาพร่างกายมีความสมดุลไม่เกิดอาการเจ็บป่วยนั่นเอง

แต่ในปัจจุบันพฤติกรรมหลายๆ อย่างของคนต้องเผชิญกับภาวะแปรปรวนและมลพิษทางอากาศ ภาวะเครียด การละเลยการออกกำลังกาย พักผ่อนน้อย ส่งผลให้ระบบสมดุลมาตรฐานที่ร่างกายได้สร้างเอาไว้สูญเสียไป เมื่อร่างกายเสียสมดุลจะสูญเสียความสามารถในการดูแลรักษาด้วยตัวเอง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหรืออาการอื่นๆ ตามมา เช่น เป็นภูมิแพ้ แผลร้อนใน เป็นสิวเรื้อรัง นอนไม่หลับ ตื่นขึ้นมาไม่สดชื่น โรคกระเพาะอาหารเรื้อรัง กรดไหลย้อน ท้องอืดอาหารไม่ย่อย ท้องผูกและท้องเสียเป็นประจำ ปวดประจำเดือนมากและประจำเดือนมาไม่ปกติ วัยทอง อารมณ์ปรวนแปร และอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นต้น

สมดุลของร่างกาย นั้นมีหลากหลายประเภทด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น สมดุลแห่งฮอร์โมน สมดุลของน้ำในร่างกาย สมดุลกรด-เบส ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงสมดุลทั้ง 3 ประเภทนี้กันค่ะ

สมดุลแห่งฮอร์โมน
ระดับของความสมดุลฮอร์โมนในร่างกายเราจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่อายุประมาณ 35 ปี ซึ่งก่อให้เกิดภาวะหรืออาการผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน เช่น ระบบการเผาผลาญในร่างกายลดลง ปริมาณไขมันสะสมในร่างกายเพิ่มขึ้น ผิวแห้งกร้านหมองคล้ำไม่สดใส กระดูกบาง สมองเสื่อม นอนหลับยากขึ้น หงุดหงิดง่ายซึมเศร้า รวมไปถึงความต้องการทางเพศลดลงไปด้วย และอาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ ตามมา เช่น ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจขาดเลือด เป็นต้น

สมดุลของน้ำในร่างกาย
ร่างกายของคนปกติสามารถมีชีวิตอยู่ได้ ถึงแม้จะไม่ได้รับอาหารเป็นเวลาหลายสัปดาห์ แต่ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้เมื่อขาดน้ำเพียง 2-3 วัน ร่างกายคนประกอบด้วยน้ำ 65% – 70% โดยปกติร่างกายจะพยายามรักษาภาวะสมดุลของน้ำอยู่เสมอ ขึ้นอยู่กับปริมาณของน้ำที่ร่างกายได้รับเข้าไป และจำนวนน้ำที่ร่างกายขับออกมา โดยน้ำจะไม่ถูกเก็บสะสมไว้ในร่างกาย ร่างกายจะสูญเสียน้ำอยู่ตลอดเวลาทางผิวหนัง และทางไตในรูปของปัสสาวะ จึงจำเป็นต้องได้รับน้ำทุกวันเพื่อทดแทนส่วนที่สูญเสียไป การเปลี่ยนภาวะสมดุลของน้ำเพียง 1-2 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้เกิดความผิดปกติแก่ร่างกายและอาจถึงตายได้นั่นเอง

สมดุลกรด-เบสของร่างกาย
ความเป็นกรดเบสภายในเซลล์หรือภายในร่างกายหากมีการเปลี่ยนแปลงไปมากๆ เอนไซม์ต่างๆจะไม่สามารถทํางานได้ ซึ่งถ้าร่างกายมีความเป็นกรดหรือเบส
มากเกินไปจะทำให้เกิดภาวะกรดเกินหรือภาวะด่างเกิน อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ตัวการที่ทําให้ความเป็นกรดเบสของร่างกายเปลี่ยนแปลง คือ อาหาร เช่น คาร์โบโฮเดรต ไขมัน และโปรตีน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นร่างกายจะมีกลไกปรับสภาพความเป็นกรดด่างในร่างกายให้สมดุลได้ โดยการขับถ่ายกรดออกนอกร่างกายทางปัสสาวะ (กรดอินทรีย์) หรือลมหายใจออก (ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์)

แล้วเราจะปรับความสมดุลของร่างกายได้อย่างไร?

  • อาหาร เราควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และมีคุณภาพในอัตราส่วนที่เหมาะสม เช่น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ไม่หนักอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป สิ่งสำคัญ คือ การรับประทานอาหารให้มีความหลากหลาย เพื่อที่ร่างกายจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป ควรรับประทานไขมันจากเมล็ดพืช และไขมันปลา เพื่อช่วยลดอาการอักเสบของหลอดเลือดหัวใจ และการอักเสบในเซลล์ร่างกาย และเลือกใช้น้ำมันมะกอกในการปรุงอาหาร เพราะนอกจากทำให้ไม่อ้วนแล้ว ยังช่วยปรับสมดุลกับไขมันไม่ดี ช่วยให้อิ่มนานและไม่หิวระหว่างวันด้วย
  • การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควรออกกำลังกายให้ได้เหงื่อ และหัวใจเต้นแรง ประมาณ 20 นาที 3-4 ครั้ง ต่ออาทิตย์ ไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหม เพราะแทนที่จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย กลับก่อให้เกิดอนุมูลอิสสระเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความเสื่อมต่อระบบต่างๆ ของร่างกายมากขึ้น และควรรู้จักพักผ่อน นอนให้พอเพียง ทำจิตใจให้มีความสุข ไม่เครียด ร่างกายก็จะแข็งแรงไปด้วย

เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เราควรรักษาสมดุลของร่างกายให้คงที่อย่างสม่ำเสมอ หมั่นสังเกตุร่างกายของเรา ไม่ให้สมดุลต่างๆนั้นบกพร่อง ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งต้องดูแลสุขภาพให้มาก ทั้งนี้ทั้งนั้นเราควรเริ่มเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพร่างกายตนเอง นับตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อการใช้ชีวิตที่ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บในอนาคตค่ะ

ขอบคุณที่มา paolohospital.com foodnetworksolution.com posttoday.com edltv.thai.net