วิธีตัดเล็บอย่างถูกต้อง

การตัดเล็บ

การตัดเล็บ อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่รู้หรือไม่ว่าการตัดเล็บนั้นเป็นการดูแลสุขลักษณะที่สำคัญ เพราะนอกจากจะทำให้เล็บดูสะอาดสะอ้านแล้ว ยังช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกและลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อได้เลยนะคะ

เล็บ (Nails) เป็นอวัยวะที่ประกอบด้วยโปรตีนที่ชื่อว่า เคราติน มีหน้าที่ช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับปลายนิ้ว ช่วยให้นิ้วมือหยิบและฉีกวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ได้ ช่วยในการเคลื่อนไหวของเท้า ทั้งยังอาจเป็นอวัยวะที่บ่งบอกโรคหรือภาวะเจ็บป่วยต่าง ๆ รวมถึงบ่งบอกรสนิยมและบุคลิกของเจ้าของเล็บได้เช่นกัน ดังนั้นเราจำเป็นต้องดูแลรักษาเล็บอยู่อย่างสม่ำเสมอ ควรรู้และเข้าใจวิธีการตัดเล็บอย่างถูกต้อง เพื่อสุขลักษณะที่ดีของตัวเราเองค่ะ

อุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดเล็บ

  • กรรไกรตัดเล็บ
  • กรรไกรตัดหนัง
  • ตะไบเล็บ
  • แปรงทำความสะอาดเล็บ และหินขัดหนังด้าน
  • ครีมหรือโลชั่นทาผิว
    อุปกรณ์ตัดเล็บเป็นของใช้ส่วนตัว และไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น เพราะอาจเป็นสาเหตุของการแพร่กระจายเชื้อโรคได้

การตัดเล็บอย่างถูกวิธี

  1. ล้างมือและเท้าให้สะอาดแล้วเช็ดให้แห้งก่อนตัดเล็บ หรือตัดเล็บหลังอาบน้ำ เพราะเล็บจะนิ่มและทำให้ตัดได้ง่าย
  2. เลือกใช้กรรไกรตัดเล็บที่มีขนาดพอดี ไม่ใหญ่จนเกินไป และควรเหลือตัดให้เหลือพื้นที่ปลายเล็บไว้เล็กน้อย เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับรอยต่อระหว่างเล็บและเนื้อใต้เล็บ
  3. หากตัดเล็บมือ ควรตัดปลายเล็บในลักษณะตรง หรือตัดโค้งตามรูปเล็บ เพื่อคงความแข็งแรงของเล็บในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ส่วนเล็บเท้าควรตัดปลายเล็บในลักษณะตรงเท่านั้น เพื่อลดการเกิดปัญหาเล็บขบ
  4. ตะไบปลายเล็บไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ไม่ควรตะไบกลับไปกลับมา เพราะอาจทำให้เล็บไม่แข็งแรง
  5. ไม่ควรตัดจมูกเล็บ เพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อการระคายเคืองหรือติดเชื้อได้
  6. หลังตัดเล็บ ทำความสะอาดมือและเท้าแล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ความนิ่ม และความยืดหยุ่นให้กับเล็บ เพราะหากเล็บแห้งจะทำให้เสี่ยงเกิดเล็บฉีกได้ง่าย

ข้อควรระวัง
ควรหลีกเลี่ยงการแคะเล็บหรือการกัดเล็บ เพราะนอกจากจะไม่ถูกสุขลักษณะแล้วก็ยังอาจจะทำให้เล็บฉีกขาด และทำให้เกิดเล็บขบได้ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของเท้าและเล็บ หากมีอาการอื่น ๆ เช่น ตาปลา เกิดการบวมแดง หรือบาดแผลเรื้อรัง ไม่ควรรีรอเพราะนั่นอาจจะเป็นการติดเชื้อที่ส่งผลอันตรายต่อเท้าได้ และที่สำคัญ ไม่ควรใช้อุปกรณ์ตัดเล็บต่าง ๆ ร่วมกับผู้อื่น เพราะอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต่าง ๆ เช่น เชื้อเอชไอวี เป็นต้น

ทั้งนี้ทั้งนั้น การตัดเล็บเป็นประจำทุกวัน หรือตัดเล็บให้สั้นกุดจนชิดเนื้อมากเกินไปจะส่งผลให้มีอาการเจ็บบริเวณเล็บและเนื้อปลายเล็บ หรือการตัดเล็บจนเล็บฉีกขาด เป็นแผลลึก มีเลือดไหล ฟกช้ำ ห้อเลือด อักเสบ และเป็นหนอง ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไปค่ะ

ขอบคุณที่มา pobpad.com health.kapook.com