วิธีดูแลผิวหลังอาบแดด

อาบแดด

การอาบแดด นั้นมีประโยชน์ต่อผิวพรรณของเรา โดยองค์การอนามัยโลกแนะนำว่า การสัมผัสแดดโดยไม่ทาครีมกันแดดป้องกันเพียง 2-3 วัน/สัปดาห์ วันละประมาณ 5-15 นาที ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดีจากแดดในปริมาณที่เพียงพอ แต่ปริมาณการรับแดดของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปตามลักษณะผิวหนัง และปริมาณรังสี UV ที่อยู่ในแดด โดยผู้ที่มีผิวหนังสีอ่อนอาจเกิดผิวไหม้แดดได้เร็วกว่าผู้ที่มีผิวหนังสีเข้ม ซึ่งกรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุขไทยเผยว่า แดดในประเทศไทยช่วงเวลา 09:00-15:00 นาฬิกา จะมีปริมาณรังสี UV อยู่มาก ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแดดในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายต่อผิวหนังและสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม หากสัมผัสแดดนานเกินไป หรือสัมผัสแดดร้อนจ้า อาจทำให้ผิวหนังไหม้แดด ผิวแห้ง เหี่ยวย่น หยาบกร้าน ดำคล้ำ เกิดรอยช้ำ ซึ่งอาการเหล่านี้ควรได้รับการรักษา และฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ผิวกลับมาสวยดังเดิมค่ะ

เทคนิคการรักษาผิวไหม้แดด

  1. ว่านหางจระเข้ และแตงกวา

ว่านหางจระเข้ กับแตงกวา ถือเป็นคู่หูที่ช่วยจัดการปัญหาผิวไหม้แดดได้อย่างดี เพียงแค่นำวุ้นว่านหางจระเข้ที่ล้างแล้วมาปั่นรวมกับแตงกวา เสร็จแล้วให้นำมาพอกผิวทุกวัน วันละ 10-15 นาที เมื่อครบเวลาให้ล้างออกด้วยน้ำเย็น เพราะว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทั้งช่วยรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และรักษาผิวไหม้แดดได้เป็นอย่างดี รวมถึงแตงกวายังช่วยทำให้ผิวเย็น ชุ่มชื้น และฟื้นฟูผิวแห้งกร้านคล้ำเสียจากแดดให้อิ่มน้ำอีกด้วย

2. ไข่ขาว และข้าวโอ๊ต

ในไข่ขาวดิบมีเอนไซม์ที่สามารถช่วยบรรเทาอาการแสบร้อน และอาการผิวไหม้จากการถูกแสงแดดทำลายได้เป็นอย่างดี รวมถึงข้าวโอ๊ตยังช่วยฟื้นฟูผิวจากการที่โดดแดดเผาได้อีกด้วย โดยวิธีทำ คือ ให้ผสมข้าวโอ๊ตบดกับไข่ขาวดิบในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน จากนั้นให้นำมาพอกผิว ทิ้งไว้จนเริ่มแห้งให้ล้างออกด้วยน้ำเย็น แล้วซับผิวให้แห้ง ทำบ่อย ๆ ไม่นานอาการแสบร้อนและผิวไหม้แดดจะหายไป

3. มะเขือเทศ และนมเปรี้ยว

นำมะเขือเทศสด ๆ มาบดผสมกับนมเปรี้ยว เสร็จแล้วให้นำมาพอกลงบริเวณผิวที่ไหม้แดด ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น สารไลโคปีนในมะเขือเทศจะช่วยฟื้นฟูผิวจากที่โดนรังสียูวีแผดเผาให้ดีขึ้น ทั้งนี้หากทำบ่อย ๆ นอกจากอาการผิวไหม้แดดจะหายไปแล้ว สูตรนี้ยังช่วยบำรุงผิวให้ขาวขึ้นได้อีกด้วย

4. น้ำมันมะพร้าว

ในน้ำมันมะพร้าวมีส่วนผสมของวิตามินอี ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นช่วยบรรเทาอาการอักเสบของผิวและผิวไหม้แดด นอกจากนี้ยังทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นด้วย โดยให้นำสำลีชุบน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมาทาลงบนผิว ทำแบบนี้ทุก ๆ วันเช้าและเย็น เท่านี้ก็จะช่วยให้ผิวที่มีรอยไหม้จากแสงแดดจางลงได้แล้ว

5. ชาดอกคาโมมายล์

ชาดอกคาโมมายล์ มีสรรพคุณช่วยบรรเทาผิวไหม้แดดได้ดี โดยให้นำผงชาดอกคาโมมายล์มาแช่ในน้ำร้อน ทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นให้นำผ้าขนหนูมาชุบแล้วนำมาประคบลงบนผิว นอกจากจะช่วยให้ผิวไหม้แดดมีอาการดีขึ้นแล้ว การประคบผิวด้วยชาดอกคาโมมายล์ยังทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้อีกด้วย

6. ดื่มน้ำมาก ๆ

ผิวต้องการความชุ่มชื้นเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูตนเอง ดังนั้น ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อให้เพียงพอต่อการทำงานของร่างกายและการฟื้นฟูสภาพผิว นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มบางประเภท เช่น โซดา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้

ผิวไหม้แดดใช้เวลารักษาฟื้นฟูนานเท่าไร ?
ระยะเวลาที่ผิวไหม้แดดจะหายกลับมาเป็นปกตินั้นขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการด้วย ดังนี้

  • ผิวไหม้แดดที่ไม่รุนแรง จะมีอาการปวดและแดงเป็นเวลา 3-5 วัน และอาจมีผิวลอกในช่วงวันสุดท้าย เนื่องจากมีการผลัดเซลล์ผิว เพื่อสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน สามารถฟื้้นฟูผิวได้ด้วยตนเอง หรือเข้ารับการบริการโดยสถาบันที่มีการฟื้นฟูผิวจากการอาบแดด
  • ผิวไหม้แดดที่รุนแรงปานกลาง จะมีอาการเจ็บหรือรู้สึกปวดมากกว่าปกติ โดยผิวหนังจะบวมแดงและรู้สึกแสบร้อนเมื่อสัมผัสโดน โดยปกติแล้วผิวไหม้แดดระดับนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการฟื้นฟูให้ผิวกลับมามีสภาพปกติ และผิวอาจลอกออกหลังจากหายเป็นปกติแล้วประมาณ 2-3 วัน
  • ผิวไหม้แดดที่รุนแรงมาก ผิวบริเวณที่สัมผัสกับแดดจะมีอาการแดงมาก และมีตุ่มน้ำที่รู้สึกแสบร้อนเกิดขึ้น โดยผู้ที่มีผิวไหม้แดดระดับรุนแรง อาจต้องไปพบแพทย์เพื่อพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือนอนพักรักษาตัวที่บ้าน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จนกว่าสภาพผิวจะฟื้นฟูเป็นปกติ

ขอบคุณที่มา pobpad.com women.kapook.com