ลักษณะเล็บบอกโรค

เล็บ

เป็นที่ทราบกันดีว่า “เล็บ” เป็นอวัยวะที่ช่วยปกป้องผิวหนังชั้นใต้เล็บ และทำหน้าที่สำคัญในช่วยการหยิบจับสิ่งของ อีกทั้งยังเป็นอวัยวะอย่างหนึ่งที่สามารถบ่งบอกถึงสุขภาพร่างกายของเราได้เช่นกัน การมีเล็บสุขภาพดีจึงบ่งบอกถึงสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรงนั่นเอง

เล็บที่มีสุขภาพดี คือ เล็บที่มีสีออกชมพูจางๆ จากสีผิวของเนื้อข้างใต้เล็บ พื้นผิวเล็บเรียบไม่ขรุขระ ผิวหนังรอบเล็บไม่ถอยร่นเป็นขุยหรือมีผื่น เนื้อเล็บมีความหนาพอดีๆ ไม่มากหรือน้อยไป และแข็งแรงพอที่จะใช้หยิบจับของได้ หากเล็บมีความแตกต่างไปนอกเหนือจากที่กล่าวแล้วอาจเป็นเล็บที่ไม่ปกติ

ลักษะต่างๆ ของเล็บที่ไม่ปกติ

1. ความหนา-บางผิดปกติ
เล็บหนามากผิดปกติ มีหลายโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น

  • โรคเชื้อรา ที่นอกจากเล็บหนาขึ้นแล้ว เล็บอาจมีสีเปลี่ยนร่วมด้วยเป็นสีเหลืองหรือขาว ผิวเล็บและส่วนปลายเล็บอาจขรุขระ
  • โรคสะเก็ดเงินยอดฮิตของโรคผิวหนัง ก็อาจจะมีเล็บหนาได้ แต่ต่างกับเชื้อราที่โรคสะเก็ดเงินมักจะมีอาการเล็บหนาหลายๆ เล็บตรงข้ามกับโรคเชื้อราที่เป็นไม่กี่เล็บ
  • โรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก เล็บจะมีลักษณะบางและแอ่นคล้ายช้อนได้ ในคนสูงอายุอาจมีเล็บที่บางและเปราะแตกง่ายบริเวณปลายเล็บได้

2. เล็บที่มีพื้นผิวขรุขระ
เป็นอาการที่พบได้บ่อย ผิวเล็บอาจเป็นหลุมเล็กๆ ถ้าเป็นหลายเล็บ อาจบ่งบอกถึงโรคสะเก็ดเงิน หรือโรคภูมิแพ้ได้ แต่อาจพบได้ในเด็กบางคนโดยที่ไม่มีสาเหตุ บางกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเจ็บป่วยรุนแรง อาจพบเล็บเป็นร่องลึกตามแนวขวางจากการที่เล็บมีการสร้างเล็บผิดปกติขณะป่วย

3. ผิวหนังรอบเล็บบวมแดง
เล็บบอกโรค thaihealth ในคนที่สัมผัสกับน้ำบ่อยๆ ผิวหนังรอบเล็บอาจมีการเปื่อยยุ่ย จึงเกิดการระคายเคืองจากสารเคมีได้ง่าย เช่น สารเคมีจากน้ำยาล้างจานและน้ำยาทำความสะอาดบ้าน ในบางครั้งอาจเกิดการติดเชื้อราตามมาได้เช่นกัน ในผู้ป่วยบางคนที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณผิวหนังที่อ่อนแอนี้ ผิวหนังรอบเล็บอาจบวมแดงและมีหนองร่วมด้วย อาการบวมแดงมักเป็นมาไม่นานซึ่งต่างจากคนที่มีผิวหนังรอบเล็บบวมจากการระคายเคืองของสารเคมี

4. เล็บเปลี่ยนสี ภาวะโรคทางกายมีผลกับสีของเล็บได้

  • เล็บมีสีดำ อาจเป็นจากมะเร็งผิวหนัง เชื้อรา การกระแทก ไฝหรืออาจเป็นขึ้นมาเอง กรณีมะเร็งผิวหนังมีข้อสังเกต คือ ลักษณะเล็บที่ดำจะมีลักษณะเป็นปื้นสีดำสีไม่สม่ำเสมอ เป็นแค่เล็บเดียว มีประวัติเป็นมาไม่นาน อาจมีผิวหนังที่โคนเล็บเป็นสีดำร่วมด้วย
  • เล็บที่มีสีขาวครึ่งเล็บ พบได้ในคนที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง
  • เล็บที่มีสีขาวสองในสามของเล็บ พบได้ในคนเป็นโรคเบาหวาน โรคตับแข็งและหัวใจวาย
  • เล็บที่มีสีขาวเป็นแถบขวาง อาจเป็นโรคโปรตีนในร่างกายต่ำ (hypoalbuminemia) เล็บดังกล่าวเมื่อใช้มือกดไปที่เล็บ สีขาวที่เห็นจะจางลง

5. ปลายเล็บร่น (onycholysis)
ปกติแล้วผิวหนังส่วนปลายจะติดกับเล็บ แต่หากมีโรคบางอย่าง เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคไทรอยด์ โรคเชื้อราและโรคผื่นผิวหนังอักเสบ รวมถึงยาบางชนิด อาจทำให้ขอบของผิวหนังที่ติดกับเล็บมีการร่นลงได้

การวินิจฉัยโรคขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ โดยพิจารณาจากอาการ และอาการแสดง เมื่อแพทย์สงสัยว่าเล็บอาจจะเกิดจากเชื้อรา ควรมีการขูดขุยจากบริเวณเล็บที่หนาไปตรวจหาเชื้อรา และเพาะเชื้อราแยกชนิดเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค และพยากรณ์โรคได้อย่างเหมาะสม ในกรณีที่แพทย์สงสัยโรคมะเร็งผิวหนัง อาจต้องทำการตัดชิ้นเนื้อที่ใต้เล็บเพื่อตรวจลักษณะทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค ในกรณีที่เล็บบอกถึงโรคทางกาย อาจต้องตรวจเลือด เช่น ตรวจหาระดับธาตุเหล็ก โรคไทรอยด์ โรคไตและโรคตับ

ในกรณีเล็บผิดปกติ แนะนำให้ไปพบแพทย์ เพื่อตรวจรักษามากกว่าซื้อยารับประทานหรือทายารักษาเอง การดูแลเล็บด้วยตนเอง ควรมีการรักษาความสะอาด และบำรุงเล็บอย่างสม่ำเสมอ ทาครีมบำรุงเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังรอบเล็บไม่แห้งเป็นขุย

ขอบคุณที่มา rama.mahidol.ac.th posttoday.com