ฝังเข็ม ศาสตร์การรักษาโรคจากจีน

ฝังเข็ม

ฝังเข็ม (Acupuncture) เป็นศาสตร์การรักษาโรคชนิดหนึ่งของจีนโบราณที่มีประวัติการค้นคว้าและแพร่หลายมาหลายพันปี โดยการนำเข็มที่มีขนาดบางมากฝังลงไปตามจุดต่างๆ บนร่างกาย เพื่อสร้างสมดุลให้กับร่างกาย ช่วยปรับให้อวัยวะและระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายกลับทำงานได้เป็นปกติ ช่วยบรรเทาอาการป่วยจากโรคต่างๆ เช่น อาการปวด ความเครียด ปวดศีรษะ ไมเกรน ข้ออักเสบ ภูมิแพ้ รวมไปถึงภาวะการมีบุตรยาก

อาการแบบไหนที่ควรรักษาด้วยการฝังเข็ม?
บอกได้ยากว่าวิธีการรักษาในรูปแบบการฝังเข็มจะช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการของโรคได้อย่างไร แต่ผู้ป่วยหลายรายพบว่าความเจ็บปวดจากอาการต่างๆ ได้ทุเลาลงหลังเข้ารับการรักษา แพทย์อาจแนะนำให้ใช้วิธีการฝังเข็มร่วมกับการรักษาแบบปกติ ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหรือมีอาการดังต่อไปนี้

  • อาการปวดเรื้องรัง เช่น ปวดหัว ไมเกรน ปวดฟัน ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ โรคข้อเข่าเสื่อม รวมไปถึงอาการปวดจากการผ่าตัด
  • โรคมะเร็ง สามารถใช้การฝังเข็มเข้าร่วมกับการรักษาแบบปกติ โดยอาจช่วยลดอาการคลื่นไส้และอาเจียนในระหว่างการรักษา
  • อาการปวดจากการมีประจำเดือนของผู้หญิง
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตั้งครรภ์ในเพศหญิง
  • ฟื้นฟูสมรรถภาพของสมองจากโรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคการกดทับของเส้นประสาทบริเวณข้อมือ ส่งผลให้เกิดอาการชา เสียวแปล๊บ หรืออ่อนแรงที่บริเวณนิ้วและมือ
  • หายใจลำบาก หายใจมีเสียงวี๊ด เจ็บหน้าอก และไอ ที่เป็นผลมาจากโรคหอบหืดหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ

การเตรียมตัวก่อนการฝังเข็ม
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจเลือกเข้ารับการรักษาด้วยวิธีฝังเข็ม โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังหรือผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เพราะการตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีนี้อาจไม่สามารถรับรองได้ว่าจะเห็นผลกับผู้ป่วยทุกราย ดังนั้นอาจเลือกรักษาด้วยวิธีการฝังเข็มควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันรูปแบบอื่น และควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานพยาบาลหรือแพทย์ที่ต้องการเข้ารับการรักษาให้ถี่ถ้วน

ขั้นตอนการฝังเข็ม
ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีวิธีการ ความถี่ และระยะเวลาในการรักษาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรง สำหรับโรคทั่วไปจะทำการรักษาประมาณ 6-8 ครั้ง แบ่งเป็น 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ แพทย์จะทำการวินิจฉัยอาการของผู้ป่วย ซักประวัติและตรวจร่างกาย จากนั้นจะส่งต่อไปยังแพทย์ฝังเข็ม (Acupuncturist) โดยมีขั้นตอนและแนวทางในการฝังเข็มดังต่อไปนี้

  1. แพทย์บอกรายละเอียดเกี่ยวกับจุดฝังเข็ม โดยจะให้ผู้ป่วยนั่งในท่าที่เหมาะสมหรือนอนลงบนเตียง
  2. นำเข็มที่มีลักษณะบางมากและยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตรสอดลงไปที่กล้ามเนื้อ ในจุดฝังเข็มต่างๆ จำนวนตั้งแต่ 5-20 เล่ม อาจจะทำให้รู้สึกชาหรือปวดอ่อนๆ ถ้ารู้สึกเจ็บมากควรรีบบอกแพทย์ทันที
  3. แพทย์อาจทำการหมุนเข็ม ให้ความร้อน หรือกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า (Electroacupuncture) ลงไปที่เข็มร่วมด้วย
  4. ใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที ก่อนดึงเข็มออก ในขณะที่ผู้ป่วยนอนผ่อนคลายอยู่บนเตียง จะไม่รู้สึกเจ็บหรือปวดในระหว่างที่แพทย์กำลังดึงเข็มออก
    หลังการฝังเข็มผู้ป่วยอาจรู้สึกผ่อนคลายหรือกระชุ่มกระชวย บางรายอาจไม่พบอาการที่ดีขึ้นหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา หลังจากเข้ารับการรักษาภายในช่วง 2-3 สัปดาห์ หากไม่พบอาการที่ดีขึ้น หมายความว่าผู้ป่วยอาจจะไม่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีฝังเข็ม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

ทั้งนี้ทั้งนั้น การฝังเข็มแม้จะมีความเสี่ยงที่ต่ำ แต่ก็ไม่ควรเลือกใช้แทนการรักษาพยาบาลทั่วไป และควรปรึกษาแพทย์ก่อนการฝังเข็ม โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยอย่างรุนแรง หรือผู้ที่เคยเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการฝังเข้มแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์หากพบอาการเจ็บ เลือดออกหรือมีอาการช้ำในบริเวณจุดฝังเข็ม วิงเวียนศีรษะ จะเป็นลม และอาจเกิดความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนจากการฝังเข็มได้ในผู้ป่วยบางราย

ขอบคุณที่มา huachiewtcm.com pobpad.com