น้ำมันอโรมา บำบัดร่างกายอย่างไร?

อโรมา

น้ำมันอโรมา หรือน้ำมันหอมระเหย (essential oil) เป็นน้ำมันที่สกัดมาจากส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ส่วนดอก ใบ ผล และลำต้น ส่วนใหญ่จะสกัดมาจากดอกไม้ มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และคุณสมบัติในการบำบัดที่แตกต่างกันของพืชแต่ละชนิด นิยมนำมาใช้ควบคู่กับการนวด โดยตัวยาจะซึมผ่านผิวหนังด้วยกระบวนการนวด จมูกจะรับกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยส่งผลให้อารมณ์ และความรู้สึกผ่อนคลายขึ้น

ในน้ำมันอโรม่ามีโมเลกุลเล็กๆ นับร้อยโมเลกุล และทุกๆ โมเลกุลล้วนมีผลต่อการบำบัดรักษา ไม่ใช่แต่เพียงสารที่มีมากเท่านั้น น้ำมันหอมระเหยหลายๆ ชนิดมีส่วนประกอบที่คล้ายๆ กัน อาจต่างกันบ้างในบางโมเลกุล และสัดส่วน แต่ให้ผลการรักษาที่ต่างกัน รวมทั้งกลิ่นซึ่งมีความเฉพาะเจาะจงกับพืชแต่ละชนิด (essence) เช่น กลิ่นมะลิ ก็จะไม่พบในดอกกุหลาบ เป็นต้น

น้ำมันหอมระเหยมีผลต่อร่างกาย ดังนี้

  • กระตุ้นการไหลเวียนของระบบเลือด ช่วยให้ร่างกายสามารถขจัดของเสียได้มากขึ้น
  • ช่วยเสริมภูมิต้านทานร่างกาย และชะลอการเหี่ยวย่นของผิว
  • มีผลต่อระบบการทำงานของน้ำเหลือง เม็ดเลือดขาว ที่ขจัดเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างการ ช่วยรักษาอาการอักเสบ
  • ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเมื่อย และกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ
  • มีผลต่อระบบย่อยอาหาร กล้ามเนื้อในระบบย่อยอาหาร ช่วยขับลม ลดแก๊ส
  • มีผลต่อระบบประสาท กระตุ้นความจำ อารมณ์ ช่วยผ่อนคลายหรือกระตุ้นความรู้สึก
  • มีผลต่อระบบสืบพันธ์ ฮอร์โมนเพศ เช่นรักษาสมดุลของรอบเดือน หรือกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ
  • มีผลต่อโครงสร้างร่างกาย รักษาแผล สร้างเซลล์ใหม่
  • มีผลต่อการรักษาผิว ลดเลือนรอยแผลเป็นหรือใช้สมานแผลเพื่อป้องกันรอยแผลเป็น

ประโยชน์ของการใช้น้ำมันหอมระเหยในการบำบัดต่างๆ

  1. ใช้ในเชิงจิตบำบัด หรือ Psychoaromatherapy
    เป็นการใช้เพื่อความสมดุลของจิตใจด้วยการสูดดม กลิ่นหอมจะไปกระทบกับเซลล์ประสาท ช่วยให้รู้สึกสงบ ช่วยผ่อนคลาย หรือกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยบรรเทาความรู้สึกที่สับสน หรือหงุดหงิด ผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน ความกังวล ให้ความรู้สึกมีพลัง และสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ให้ความรู้สึกอบอุ่น มั่นคง แก้โรคซึมเศร้า และอาการป่วยทางจิตต่าง ๆ โดยคุณสมบัติจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสารประกอบธรรมชาติที่มีในน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิด เช่น ลาเวนเดอร์ช่วยให้ผ่อนคลาย ยูคาลิปตัส และโรสแมรี่ช่วยให้สดชื่น เป็นต้น
  2. ใช้เพื่อความสวยงาม หรือ Beauty Aromatherapy
    เป็นการนำน้ำมันหอมระเหยมาใช้กับร่างกายภายนอก ไม่ว่าจะเป็นผิวกาย เส้นผม และนำไปใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง เพื่อความสวยงามต่าง ๆ มีสรรพคุณช่วยบำรุงผิว ชะลอริ้วรอยแห่งวัย ช่วยให้เซลล์ผิวเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากบาดแผล หรือแผลเป็นต่าง ๆ ดูแลสุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมได้อีกด้วย
  3. ใช้เพื่อการรักษาร่างกาย หรือ Medical Aromatherapy
    น้ำมันหอมระเหยหลายชนิดมีสรรพคุณในการรักษาโรค เช่น ลาเวนเดอร์ ทีทรี มีสารต้านเชื้อโรค แก้ปวด แก้อักเสบ ช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือด รักษาโรคทางระบบทางเดินหายใจ และทางเดินอาหาร การนำน้ำมันหอมระเหยไปใช้ในเชิงรักษา ผู้ใช้ควรเรียนรู้ให้ชัดเจนเสียก่อน หรือปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยมีความเข้มข้นสูงมาก จึงไม่ควรรับประทานหรือผสมน้ำมันหอมระเหย ลงไปในอาหารหรือยาใด ๆ ควรใช้เป็นการรักษาภายนอกเท่านั้น

ข้อควรระวังเมื่อใช้น้ำมันหอมระเหย
หากต้องการนำมาใช้เพื่อทาผิวโดยตรง จะต้องระมัดระวังในการใช้เป็นอย่างมาก และควรดูส่วนผสมที่เราแพ้ให้ถี่ถ้วน เพราะผิวหนังของเราค่อนข้างบอบบาง หากมีปัญหาเกิดขึ้น จะต้องใช้เวลาในการรักษา โดยเฉพาะผู้ที่มาอาการป่วยเรื้อรัง เป็นผู้ที่กำลังทานยา สตรีมีครรภ์ หรือให้นมบุตร จะต้องระวังการใช้เป็นพิเศษ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ทุกครั้ง

ขอบคุณที่มา khonkaenram.com my-best.in.th pharmacy.mahidol.ac.th botanicessence.com